วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

โยคะศาสตร์ตามคัมภีร์โบราณ

โยคะคืออะไร?

คำว่า โยคะมาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤต โยค แปลว่า ผนวก การรวมกันของพลังทั้งหมดของจิต กาย ญาณ (การหยั่งรู้) ทิฐิ มานะ พุทธิ

โยคะ เป็นหนึ่งในหกปรัชญาอินเดีย รวบรวมโดย ปตัญชลีนานกว่าหกพันปีในรูปของโยคะสูตรมีทั้งหมด 195 พระสูตรซึ่งถือเป็นตำราแม่บทแห่งโยคะศาสตร์ ประโยคแรกอันถือเป็นหัวใจแห่งพระสูตรของโยคะ คือ โยคะ จิตตะ วิรุตติ นิโรธ หมายถึง โยคะเป็นไปเพื่อการดับทุกข์แห่งนิโรธ กล่าวคือการดับทุกข์เป็นการไปรู้แจ้งในแหล่งกำเนิดของความคิดภายในตัวตน เทคนิคการหายใจและและรูปแบบต่างๆที่เป็น yogasana เป็นเทคนิคที่ทำให้เกิดการรวมของจิตและกาย

ผู้ปฏิบัติโยคะ คือผู้ที่ได้ทดลองและค้นคว้าเพื่อศึกษาตนเอง และนำผลออกมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างผู้รู้และผู้เข้าใจกฎธรรมชาติ มีพฤติกรรมที่สอดคล้องตามครรลอง บุคคลนั้นจะไม่เครียด ไม่เจ็บป่วย และไม่ทุกข์ โยคะจึงเป็นการค้นคว้าถึงจักรวาลที่ไม่มีสิ้นสุดในตัวตน ขณะเวลาฝึกโยคะเราจะพบว่ากายตนจะเริ่มไร้น้ำหนัก หมายถึง การขยายไร้ขอบเขต โยคะจึงเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละบุคคล การฝึกโยคะเป็นการเดินทางตลอดเวลาเพื่อค้นหาสิ่งที่ดีกว่าของชีวิต การเดินทางสู่ภายใน เป็นการค้นพบสิ่งใหม่ๆที่เป็นประโยชน์อย่างไม่คิดเบื่อหน่าย การอ่านหรือฟังการบรรยายเรื่องโยคะจึงจะไม่เกิดประโยชน์ เว้นแต่ว่าจะได้ปฏิบัติเพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรง ซึ่งเป็นการสอนตนเองให้รู้ ให้เกิดปัญญา หรือปฏิเสธ

โยคะคือการทำให้เราเข้าใจกาย เข้าใจลมปราณละเอียด มีสติ ขณะเดียวกันก็พัฒนากาย-จิตให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ศาสตร์แห่งโยคะว่าด้วยเทคนิคหลากหลายเพื่อมุ่งหมายสู่การดูแลจิต-กาย ให้เกิดสมดุลตามธรรมชาติ คือ ผ่อนคลาย พักลึก ว่าง โยคะ จึงเป็นวิถีเพื่อให้พ้นทุกข์ ที่กาลเวลาได้พิสูจน์แล้ว

เหตุผลหนึ่งจากหลากหลายเหตุผล ว่าทำไมเราจึงต้องฝึกโยคะ ก็เพราะธรรมชาติกำหนดให้เรามีปีติสุขอยู่เป็นนิจ แต่เมื่อเราไม่เป็นอย่างนั้น เราจึงต้องใฝ่หาปีติเทคนิคที่ได้พิสูจน์แล้วกว่า 6,000 ปี เป็นที่ยืนยันผลจากโยคะว่าทำให้เรามีปีติ สุขภาพดี รวมถึงความสมบูรณ์จากทุกๆด้าน

โยคะเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกันกับการรับประทานอาหาร การนอนหลับ การขับถ่าย ฯลฯ จึงเป็นการไปกระตุ้นพลังจิต-กายให้ตื่น สมดุลอยู่เสมอเพื่อว่าจิตจะได้เกิดปีติตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น