โยคะคืออะไร?
คำว่า โยคะมาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤต โยค แปลว่า ผนวก การรวมกันของพลังทั้งหมดของจิต กาย ญาณ (การหยั่งรู้) ทิฐิ มานะ พุทธิ
โยคะ เป็นหนึ่งในหกปรัชญาอินเดีย รวบรวมโดย ปตัญชลีนานกว่าหกพันปีในรูปของโยคะสูตรมีทั้งหมด 195 พระสูตรซึ่งถือเป็นตำราแม่บทแห่งโยคะศาสตร์ ประโยคแรกอันถือเป็นหัวใจแห่งพระสูตรของโยคะ คือ โยคะ จิตตะ วิรุตติ นิโรธ หมายถึง โยคะเป็นไปเพื่อการดับทุกข์แห่งนิโรธ กล่าวคือการดับทุกข์เป็นการไปรู้แจ้งในแหล่งกำเนิดของความคิดภายในตัวตน เทคนิคการหายใจและและรูปแบบต่างๆที่เป็น yogasana เป็นเทคนิคที่ทำให้เกิดการรวมของจิตและกาย
ผู้ปฏิบัติโยคะ คือผู้ที่ได้ทดลองและค้นคว้าเพื่อศึกษาตนเอง และนำผลออกมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างผู้รู้และผู้เข้าใจกฎธรรมชาติ มีพฤติกรรมที่สอดคล้องตามครรลอง บุคคลนั้นจะไม่เครียด ไม่เจ็บป่วย และไม่ทุกข์ โยคะจึงเป็นการค้นคว้าถึงจักรวาลที่ไม่มีสิ้นสุดในตัวตน ขณะเวลาฝึกโยคะเราจะพบว่ากายตนจะเริ่มไร้น้ำหนัก หมายถึง การขยายไร้ขอบเขต โยคะจึงเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละบุคคล การฝึกโยคะเป็นการเดินทางตลอดเวลาเพื่อค้นหาสิ่งที่ดีกว่าของชีวิต การเดินทางสู่ภายใน เป็นการค้นพบสิ่งใหม่ๆที่เป็นประโยชน์อย่างไม่คิดเบื่อหน่าย การอ่านหรือฟังการบรรยายเรื่องโยคะจึงจะไม่เกิดประโยชน์ เว้นแต่ว่าจะได้ปฏิบัติเพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรง ซึ่งเป็นการสอนตนเองให้รู้ ให้เกิดปัญญา หรือปฏิเสธ
โยคะคือการทำให้เราเข้าใจกาย เข้าใจลมปราณละเอียด มีสติ ขณะเดียวกันก็พัฒนากาย-จิตให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ศาสตร์แห่งโยคะว่าด้วยเทคนิคหลากหลายเพื่อมุ่งหมายสู่การดูแลจิต-กาย ให้เกิดสมดุลตามธรรมชาติ คือ ผ่อนคลาย พักลึก ว่าง โยคะ จึงเป็นวิถีเพื่อให้พ้นทุกข์ ที่กาลเวลาได้พิสูจน์แล้ว
เหตุผลหนึ่งจากหลากหลายเหตุผล ว่าทำไมเราจึงต้องฝึกโยคะ ก็เพราะธรรมชาติกำหนดให้เรามีปีติสุขอยู่เป็นนิจ แต่เมื่อเราไม่เป็นอย่างนั้น เราจึงต้องใฝ่หาปีติเทคนิคที่ได้พิสูจน์แล้วกว่า 6,000 ปี เป็นที่ยืนยันผลจากโยคะว่าทำให้เรามีปีติ สุขภาพดี รวมถึงความสมบูรณ์จากทุกๆด้าน
โยคะเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกันกับการรับประทานอาหาร การนอนหลับ การขับถ่าย ฯลฯ จึงเป็นการไปกระตุ้นพลังจิต-กายให้ตื่น สมดุลอยู่เสมอเพื่อว่าจิตจะได้เกิดปีติตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น