
"จงปฏิบัติสุริยนมัสการเป็นอาจิณ แต่ละครั้งคราวควรปฏิบัติตามกำลังแห่งตน หากแต่ว่าเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติแก่ 12 พระนามหลักของพระสุริยเทพ สมควรปฏิบัติสุริยนมัสการ 12 รอบในแต่ละครั้ง"
สุริยนมัสการ เป็นอาสนะคลาสสิกท่าหนึ่งในโยคะศาสตร์ ในฐานะเป็นอาสนะแห่งโยคะ สุริยนมัสการนับเป็นชื่อที่รู้จักกันดีในแวดวงชาวโยคะ ชื่อนี้แปลตรงตัวว่า "ท่าไหว้พระอาทิตย์" ยกย่องกันว่าเป็นท่าครู สำนักต่างๆมักกำหนดให้เป็นท่าเริ่มต้นในการฝึกโยคะแต่ละครั้ง คือฝึกก่อนที่จะเริ่มทำโยคะอาสนะอื่นๆ ปกติฝึกกัน 12 รอบ ตามจำนวนพระนามหลักของพระสุริยเทพในภาษาสันสกฤต แต่จำนวน 12 รอบของการฝึกสุริยนมัสการนั้น ไม่จำเป็นต้องถือเป็นกฏตายตัว สุดแท้แต่ความเหมาะสม และแนวทางของโยคะแต่ละสาย
การฝึกสุริยนมัสการเป็นการสร้างและปลุกสภาวะสนธิ (จุดเชื่อมระหว่างปัญญาและอวิชชา) ซึ่งเป็นจุดพลังของปราณให้ตื่นอยู่เสมอ เป็นการบำบัดและหล่อเลี้ยงระบบประสาทของบุคคล ให้เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันกับระบบประสาทของจักรวาลสากล
โยคะศาสตร์ให้ความสำคัญแก่ท่าสุริยนมัสการ หรือท่าไหว้พระอาทิตย์เป็นอย่างมาก เวลาที่ดีที่สุดสำหรับฝึกสุรียนมัสการคือ 06.00น. และ 18.00น. ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและหลังพระอาทิตย์ตก แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ เวลาที่เหมาะสมคือก่อนอาหาร หรือ 2-5 ชม. หลังอาหาร ชาวโยคะที่ฝึกท่าสุริยนมัสการอย่างถูกต้องครบถ้วน ย่อมรู้สึกได้้ด้วยตนเองว่า อาสนะนี้ให้พลังกายและใจแก่ผู้ฝึกอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง สุริยนมัสการมิใช่เป็นท่าเดียวโดดๆที่ฝึกรวดเดียวจบในตัวเอง แต่ประกอบขึ้นด้วยอาสนะต่างๆที่ต่อเนื่องกันเป็นสายดุจลูกโซ่ ลีลาของแต่ละอาสนะที่ประกอบกันนี้ ล้วนสัมพันธ์กันอย่างลงตัว ต่างเสริมกันและแก้กันตามลำดับ ทำให้สุริยนมัสการเป็นอาสนะที่ทรงพลังยิ่ง มีประสิทธิภาพสูง และมีผลดีต่อสุขภาพโดยรวม นอกจากนั้น การที่สุริยนมัสการได้รวมเอาอาสนะต่างๆอันหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การฝึกสุริยนมัสการเพียงท่าเดียว มีผลเท่ากับฝึกอาสนะต่างๆหลายอาสนะไปพร้อมกันนั่นเอง
โดยที่สุริยนมัสการมีลักษณะดังกล่าว จึงเป็นอาสนะที่เหมาะต่อการ "วอร์มอัพ" เพราะทำให้ร่างกายเกิดความร้อน และมีความยืดหยุ่นสูง เมื่อได้ฝึกสุริยนมัสการครบ 12 รอบ ผู้ฝึกจะรู้สึกว่าร่างกายยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น ทั้งจิตใจก็ดิ่งลงสู่สมาธิในระดับหนึ่งแล้ว จึงมีความพร้อมที่จะฝึกท่าอื่นๆต่อไปได้
ท่าสุริยนมัสการเป็นการบริหารร่างกายทุกส่วนอย่างสมดุล ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เมื่อฝึกเป็นประจำจะส่งผลให้ร่างกายยืดหยุ่น รูปร่างโดยรวมจะสวยงาม สมสัดส่วน กล้ามเนื้อกระชับ ไม่หย่อนยาน เป็นการชะลออายุ ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย มีผลต่อการกำจัดพิษในร่างกาย (detoxification) เป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อการบำบัดโรค หรือฟื้นฟูสุขภาพด้วยอาสนะอื่นๆที่จะปฏิบัติต่อไป แม้ท่านที่มีปัญหาเรื่องสมรรถนะทางเพศ ก็อาจแก้ปัญหาได้ด้วยสุริยนมัสการเช่นกัน
สุริยนมัสการเป็นท่าที่ฝึกได้ง่าย ไม่ต้องใช้ความยืดหยุ่นสูง ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างอย่างไรในเบื้องต้น คุณก็สามารถฝึกได้ แม้จะไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่เมื่อได้ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถพัฒนากระบวนท่าให้ถูกต้องและพลิ้วไหวได้ เมื่อฝึกไปเรื่อยๆ ร่างกายจะยืดหยุ่นจนเพียงพอต่อการฝึกตามแบบมาตรฐานได้เอง ขอเพียงไม่ท้อถอยเสียกลางคัน
ในขณะฝึกโยคะ ควรระลึกอยู่เสมอว่า ทุกคนล้วนมีข้อจำกัดทางสรีระ มากหรือน้อยแตกต่างกันไป จึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันกันว่าใครทำได้ดีกว่าใคร ผู้ฝึกแต่ละคนควรระมัดระวังการเคลื่อนไหวของตนเอง ให้เป็นไปอย่างนุ่มนวลและเชื่องช้า เพื่อพัฒนาสติและสมาธิให้สมบูรณ์ รู้เท่าทันการเคลื่อนไหวอยู่ทุกขณะ จังหวะของการหายใจจะสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวเสมอ เมื่อการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างช้าๆการหายใจจึงยาวและลึกตามไปด้วย นี่เป็นเคล็ดลับที่สำคัญประการหนึ่ง นอกจากนั้น การเคลื่อนไหวช้าๆอย่างมีสติ จะช่วยป้องกันมิให้ร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งเคล็ดยอก หรือเจ็บปวดได้ เพราะอยู่ในความควบคุมของเราอยู่ตลอดเวลานั่นเอง
พระนามสุริยา
แนวคิดในการฝึกสุริยนมัสการ เกิดจากเทพนิยายที่ว่าสุริยาเป็นเทพแห่งแสงสว่าง และความร้อน ซึ่งมีบทบาทต่อชีวิตของสัตว์โลก 12 พระนามเปรียบเสมือน 12 ราศี ที่ขับเครื่องราชรถเดินทางในเวหา ผ่าน 12 จักรราศีในสวรรค์
1. Mitra มิตรา หมายถึง ผู้เป็นมิตรกับสรรพสิ่ง
2. Ravi ระวี หมายถึง ความเปล่งปลั่งโชติช่วง
3. Suriya สุริยา หมายถึง การส่งเสริมความงาม
4. Bhanu ภาณุ หมายถึง แรงกระตุ้นระบบผัสสะ
5. Ghaga คาคะ หมายถึง ผู้ที่น่าเกรงขาม
6. Pushan ปุสนา หมายถึง ผู้หล่อเลี้ยงชีวิต
7. Hiranyagarbha วรัญญะ หมายถึง ผู้เป็นที่ยกย่องโดยทั่ว
8. Maricha มริสา หมายถึง ผู้ที่นำความมืด
9. Aditya อาทิตย์ หมายถึง ผู้ให้ชีวิตใหม่
10. Savitri สาวิตรี หมายถึง ผู้ส่งเสริมเมตตาธรรม
11. Aqha อักกะ หมายถึง ส่งเสริมการแพร่พันธ์
12. Paskar ภัสกระ หมายถึง ผู้ที่สำเร็จมรรคผล
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น