วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

การเรียนแบบตัวต่อตัว: คนที่สามารถหายใจและใช้นิ้วได้ย่อมสามารถฝึกโยคะได้

ใครก็ตามที่ต้องการฝึกสามารถฝึกได้ ทุกคนสามารถหายใจได้ เพราะฉะนั้นทุกคนสามาถฝึกโยคะได้ แต่ไม่มีใครสามารถฝึกโยคะทุกแบบได้ ควรจะเป็นโยคะที่เหมาะสำหรับคนคนนั้น

คนแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน การฝึกโยคะจะให้ผลดีที่สุดถ้าสามารถออกแบบการฝึกให้เหมาะกับคนแต่ละคนซึ่งแตกต่างกัน ยังทำให้ครูกับศิษย์ค่อยๆถักทอความสัมพันธ์ ครูจะเข้าใจศิษย์มากขึ้น รู้ว่าควรจะสอนอะไรให้กับศิษย์คนนั้น กุญแจของการสอนที่ถูกต้องอยู่ที่การประยุกต์โยคะให้เหมาะกับแต่ละคน ไม่ใช่ปรับคนให้เหมาะกับโยคะ ขอบเขตทั้งหมดของการฝึกโยคะนั้นจะต้องประยุกต์ให้เหมาะกับสภาพของแต่ละคนอย่างระมัดระวัง ต้องไม่มีการบังคับด้วยประการทั้งปวง ไม่ควรฝึกเทคนิคโยคะต่างๆโดยไม่มีคำแนะนำอย่างต่อเนื่องจากครูผู้เชี่ยวชาญ มีความเชื่อในโยคะ บางคนคิดว่าแก่เกินไปสำหรับโยคะ แต่เราประยุกต์โยคะให้เหมาะกับวัยได้ ถ้าก้าวไปทีละก้าว มันจะไม่มีปัญหาอะไร จงเพลิดเพลินพอใจกับแต่ละก้าวนั้น การพยายามก้าวทีละหลายขั้นจะทำให้เกิดปัญหา เราเริ่มต้นจากจุดที่เราเป็นและอย่างที่เราเป็น แล้วอะไรจะเกิดก็เกิด

โยคะนั้นไม่ตายตัว โยคะคือการสร้างสรรค์ เราทุกคนมีมุมมองต่อโยคะแตกต่างกัน และเหตุผลที่โยคะมีความสำคัญกับเราก็ไม่เหมือนกัน ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนแต่ละคนจะค้นพบสิ่งที่แตกต่างกันจากการสอนโยคะอย่างเดียวกัน โยคสูตรกล่าวว่าคนแต่ละคนจะได้รับสิ่งที่แตกต่างกันจากการสอนแบบเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองของเขาเอง ไม่มีอะไรผิดสำหรับตรงนี้ นี่คือสิ่งที่มันเป็น

มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะฝึกอาสนะได้มากมายหลายท่วงท่า หรือคุณจะทำท่าได้งดงามสมบูรณ์เพียงใด การฝึกอาสนะไม่ใช่การแข่งขันกีฬา การที่คนหนึ่งสามารถก้มตัวได้มากกว่าอีกคนไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะฝึกโยคะได้ก้าวหน้ากว่า สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าทุกๆการเคลื่อนไหวและทุกๆลมหายใจในขณะฝึกโยคะ ร่างกาย ลมหายใจและจิตใจจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน นี่คือความหมายที่แท้จริงของโยคะ การฝึกโยคะที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติ 2 อย่างคือ สบายและมั่นคงทั้งร่างกายและจิตใจ สบายและมั่นคงทั้งในอาสนะแต่ละท่าและตลอดการฝึกทุกครั้ง สถิระและสุขะคือความมั่นคงตื่นตัวและความเบาสบายซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฝึกโยคะที่ดี เราควรพยายามทำให้การฝึกอาสนะของเรามีคุณสมบัติของความนุ่มนวลและมั่นคง และให้แน่ใจอยู่เสมอว่าในการพัฒนาคุณสมบัติทั้งสองนี้ เราใช้ความพยายามน้อยลงเรื่อยๆ สิ่งที่มีความสำคัญในการฝึกโยคะคือลมหายใจ เนื่องจากแต่ละท่วงท่าและการเคลื่อนไหวกำเนิดจากลมหายใจ การประสานที่สมดุลนี้จะทำให้ร่างกายและจิตใจของเรากลมกลืนและเป็นระเบียบ

ความเคยชินของจิตใจนั้นมีกำลัง ความเปลี่ยนแปลงของคนที่ฝึกโยคะนั้นไม่ได้เป็นผลมาจากความคิดเชิงปรัชญาหรือการศึกษาเกี่ยวกับความคิดทางจิตวิญญาณ เพียงการปฏิบัติตามคำแนะนำที่ให้ประสานลมหายใจกับร่างกายอย่างเหมาะสม และฝึกเป็นประจำทุกวัน ก็มีบางอย่างเปลี่ยนแปลง การประจักษ์แจ้งเกิดขึ้น มีการพัฒนาความสามารถในการจดจ่อกับภาระการงานและการบรรลุเป้าหมาย ตระหนักถึงวิธีใหม่ๆ ในการจัดการกับอารมณ์และสถานการณ์ที่ยุ่งยาก ความรู้สึกมั่นคง สงบ แน่นอน ความสุข ความรักหรือมิตรภาพเกิดขึ้นมาเองอย่างฉับพลันทันใด ชีวิตมักจะดีขึ้น ข้อแนะนำให้ฝึกโยคะอย่างสม่ำเสมอมาจากหลักการที่ว่า การฝึกฝนจะช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันขณะ และทำให้เราบรรลุถึงสิ่งที่เราไม่สามารถกระทำได้มาก่อน

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น