Special Guest .....ครูสอนโยคะสำหรับคุณแม่ .....
ในนิตยสาร BAREFOOT ฉบับเดือนสิงหาคม 2010 เรื่อง โยคะคุณแม่ (เป็นคุณแม่ต้องอ่าน ไม่เป็นคุณแม่ยิ่งต้องอ่าน)
โยคะสำหรับคุณแม่ ทุกท่าจะเป็นการนำท่าโยคะปกติมาทอนความยากให้เหลือแต่แก่นที่มีแต่ประโยชน์ โดยไม่มีอันตรายต่อทั้งแม่และลูก การฝึกโยคะก็เหมือนการปฏิบัติธรรมโดยใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือ
"...เก๋ เริ่มฝึกโยคะมาตั้งแต่ปี 47 ตอนนั้น กำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 9 ของงานแอร์โฮสเตสซึ่งตลอด 9 ปีนั้น เวลากินเวลานอนในแต่ละวันไม่เคยตรงกัน ร่างกายจึงเริ่มส่งสัญญาณขอเวลานอกด้วยการทยอยเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคต่างๆ ทั้งคางทูม อีสุกอีใส ไส้ติ่ง ริดสีดวงทวาร ไทรอยด์เป็นพิษ และเส้นเสียงอักเสบ ซึ่งตอนแรกหมอวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง..."
".....คำว่ามะเร็งอันน่าสยดสยองทำให้เก๋ กลับบ้านไปร้องไห้เสียใจอยู่ 1 คืนถ้วน จากนั้นก็เรียกสติคืนมาได้ ตัดสินใจว่าต้องทวงสุขภาพที่ดีของตัวเองคืนมา เมื่อทำการศึกษาด้วยตัวเองและปรึกษาเพื่อนๆแล้ว เก๋ก็ตัดสินใจว่าต้องฝึกโยคะอย่างจริงจัง
เก๋เริ่มเรียนศิวนันทะโยคะ(โยคะเพื่อการบำบัดและฟื้นฟู) กับ คุณครูสุนีย์ ยุวจิตติ บรมครูโยคะของไทยซึ่งเป็นลูกศิษย์สายตรงของ ครูชด หัสบำเรอ ครูโยคะคนแรกของเมืองไทย เก๋ฝึกโยคะอยู่สองปีร่างกายก็ฟื้นฟูกลับมาดีดังเดิม และตัดสินใจเลิกเป็นแอร์ฯ เพราะเห็นว่ามันทำร้ายร่างกายเกินไป จากนั้นก็ตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทจึงทำให้ต้องหยุดเรียนโยคะไประยะหนึ่ง เมื่อเปลี่ยนงานมาเป็นพนักงานออฟฟิศได้สักพัก เก๋ก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเผละ ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนเมื่อก่อน และหันไปพึ่งฟิตเนส ซึ่งเมื่อไปแล้วก็พบว่าตัวเองไม่ชอบออกกำลังกายกับเครื่องจึงลองเข้าคลา สเรียนโยคะในฟิตเนส และไม่ได้อะไรมากไปกว่าการยืดเส้นยืดสาย เพราะด้วยจำนวนคนเรียนที่มากเกินไป มันจึงกลายเป็นการทำท่าให้คล้ายครูมากที่สุด โดยละเลยเรื่องความถูกต้อง ลมหายใจและสมาธิ เมื่อปราศจากปัจจัยสำคัญเหล่านี้มันก็ไม่ใช่โยคะ เก๋จึงกลับไปเรียนกับครูสุนีย์เหมือนเดิม
หนึ่งปีแห่งการฝึกฝนผ่านไป คุณครูสุนีย์ก็ชวนให้เก๋เรียนหลักสูตรครูโยคะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มแรกที่มีโอกาสได้ฝึกสอนโยคะให้บรรดาว่าที่คุณแม่ที่มาเรียน กับครูสุนีย์ ต่อมาเก๋ได้เข้าไปเป็นครูฝึกโยคะให้สตูดิโอโยคะของคนญี่ปุ่นเพราะประสบการณ์ จากการเป็นแอร์ฯ ให้ภาษาญี่ปุ่นมาด้วย แต่เก๋ก็ยังไม่กล้าสอนคนท้องเพราะคิดว่าตัวเองยังไม่รู้จักและเข้าใจคนท้อง ดีพอ เก๋แต่งงานมาได้ระยะหนึ่ง หมอก็วินิจฉัยว่ามดลูกไม่สามารถรองรับการปฏิสนธิได้ แต่หลังจากที่เก่หันมาเล่นโยคะ ร่างกายจึงเหมือนสามารถรีบูสต์ตัวเองจนทำให้เก๋ตั้งท้องน้องใบหม่อน (ซึ่งวันนี้ก็มาเป็นนางแบบกับเราด้วย...)
ตอนแรกที่เก๋ท้องก็นึกว่าอนาคตการเป็นครูโยคะของตัวเองจะต้องดับวูบไปอย่าง แน่นอน แต่ทางสตูดิโอที่สอนอยู่ก็ขอให้ลองสอนโยคะสำหรับคนท้อง เก๋เห็นว่านี่ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ฝึกโยคะสำหรับคนท้องด้วยประสบการณ์จริง จึงเปิดคลาสสอนโยคะสำหรับคุณแม่ตั้งแต่ตอนนั้น การฝึกในช่วงนี้เองที่สร้างองค์ความรู้อย่างลึกซึ้งให้กับเก๋ เพราะนอกจากจะสามารถสัมผัสความรู้สึกต่างๆ ทุกลมหายใจ ทุกการเคลื่อนไหวของทั้งแม่และลูกในทุกช่วงอายุครรภ์ด้วยตัวเองแล้ว เก๋ยังได้สัมผัสประสบการณ์จากคุณแม่คนอื่นซึ่งแต่ละคนก็มีขีดจำกัดที่ต่าง กัน องค์ความรู้นี้ไม่สามารถบรรลุได้หากไม่เคยฝึกโยคะตอนที่ตัวเองท้องมาก่อน และทำให้ตระหนักว่า ตอนที่เรียนเป็นครูโยคะเราแค่รู้ว่ามันมีท่าอะไรบ้าง ตอนเราไม่ได้ท้องทุกท่าก็ง่ายหมด แต่พอเราท้องจริง เราก็จะได้พบข้อจำกัดต่างๆด้วยตัวเองและรู้ว่า บางท่า บางคนก็ทำไม่ได้ แต่ละท่าต้องดัดแปลงให้เข้ากับสรีระของแต่ละคน
"...ทุกครั้งที่ฝึกเสร็จ เก๋จะให้คุณแม่แต่ละท่านตั้งจิตส่งพลังความรักไปหาน้องในท้อง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องใบหม่อนเป็นเด็กอารมณ์ดี ผลของการฝึกโยคะที่เก๋ประสบด้วยตัวเองก็คือ ในช่วงที่อุ้มท้องเก๋ไม่ต้องประสบปัญหาการปวดหลังเลยสักครั้ง และไม่มีอาการแพ้ท้องเลยแม้แต่น้อย....เมื่อคลอดน้องไปแล้ว น้ำหนักหลังคลอดลงเร็วมาก ตอนท้องเก๋น้ำหนักขึ้นประมาณ 13 กิโลกรัม หลังคลอดสี่เดือน เหลือน้ำหนักที่เกินอยู่เพียง 2 กิโลกรัมเท่านั้น ที่สำคัญคือหน้าท้องก็ไม่มีรอยแตกลาย..."
คำเตือน
ในการฝึกโยคะ โดยเฉพาะโยคะสำหรับคุณแม่นั้น ผู้เริ่มฝึก จำเป็น ต้องมี ครูผู้ชำนาญ คอยกำกับอยู่ด้วย เพราะโยคะ(ที่ถูกต้อง)มีประโยชน์มากเพียงใด (โยคะที่ผิดวิธี) ก็มีโทษมากเท่านั้น
ก่อน มาฝึกโยคะ คุณแม่แต่ละท่านต้องปรึกษาสูตินรีแพทย์ประจำตัวก่อนว่าร่างกายของท่านพร้อม สำหรับการออกกำลังหรือไม่ คุณแม่จะต้องไม่มีภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือเลือดออกในช่องคลอด หรือภาวะรกเกาะต่ำ
Great experience you have.I am impressed with your yoga explanation with pictures.
ตอบลบThanks Yoga Mama for your details